จากกรณีคดีสะเทือนขวัญ ทางพล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่เกิดขึ้นภายในร้านตัดผม หลัง ช่างเอก อายุ 59 ปี ร่วมกับภรรยาอีก 2 คน ก่อเหตุทำร้าย ตี๋ ชายวัย 26 ปี จนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่าลงมือเพื่อป้องกันตัว เนื่องจากผู้เสียชีวิตมาทวงเงินและถือมีดข่มขู่ แต่คำให้การดังกล่าวขัดแย้งกับพยานวัย 15 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าที่อยู่ในร้าน และได้แอบบันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้

จากคลิปที่ปรากฏ ผู้เสียชีวิตพยายามร้องขอชีวิตระหว่างถูกทำร้าย แต่ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนยังคงลงมืออย่างต่อเนื่อง จนผู้เสียชีวิตแน่นิ่ง ก่อนมีความพยายามจัดฉากให้เหมือนล้มทับมีดเอง ขณะที่ผลการตรวจสอบพยานแวดล้อมและกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ภายในร้านตามปกติ กระทั่งผู้เสียชีวิตเดินเข้ามา ก่อนถูกช่างเอกเข้าล็อกคอและลากไปด้านหลังร้าน จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง
ระหว่างเกิดเหตุ นิ่ม อายุ 43 ปี ภรรยาคนแรก ใช้อาวุธลักษณะเป็นท่อนเหล็กทรงกลมเข้าร่วมทำร้าย ขณะที่ มล ภรรยาคนที่ 2 ทำหน้าที่ปิดและล็อกประตูร้านทั้งสองด้าน เพื่อไม่ให้หลบหนีหรือมีผู้ใดเข้ามาช่วยเหลือ แม้ผู้เสียชีวิตจะพยายามดิ้นรนและร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่องจนหมดสติในที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจยึดของกลางเป็นท่อนเหล็กยาวประมาณ 24-25 นิ้ว และสากไม้ยาวประมาณ 12 นิ้ว ซึ่งมีคราบเลือดติดอยู่

ทั้งนี้ผลการชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการสมองบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการถูกของแข็งกระแทกบริเวณศีรษะ อีกทั้งยังพบร่องรอยการถูกรัดที่บริเวณแขน
เรียบเรียงโดย มุมข่าว