เหตุการณ์สะเทือนใจจากอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกสุขภัณฑ์ ขับมาด้วยความเร็วสูงแทบไม่เบรก ก่อนพุ่งชนรถคันหน้าอย่างรุนแรง เมื่อช่วงเวลา 14.45 น. วันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 8 คน

ผู้เสียชีวิตเป็นสามีภรรยา ได้แก่ นายณัฐวรรธน์ อายุ 36 ปี และ น.ส.ชัชฎา อายุ 35 ปี ขณะที่ลูกสาววัยเพียง 3 ขวบ ซึ่งนั่งมาด้วยกัน รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 8 ราย ล่าสุดอาการปลอดภัย และออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่ชำนาญการจากสำนักงาน คปภ.ลำปาง เปิดเผยว่า บริษัทประกันภัยเตรียมจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้เสียชีวิต รายละ 2.2 ล้านบาท จากกรมธรรม์ภาคสมัครใจและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยได้มีการมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 100,000 บาท เพื่อใช้ในการจัดงานศพแล้ว
ขณะเดียวกัน นางจันทร์ธิดา คำตัน อายุ 58 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต ออกมาเรียกร้องให้มีการทบทวนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยชี้ว่าเหตุลักษณะนี้ไม่ควรจบเพียงแค่การชดเชยจากประกันภัยเท่านั้น แต่ควรมีผู้รับผิดชอบในระดับที่กว้างกว่า ทั้งผู้ขับขี่ บริษัทขนส่ง ไปจนถึงผู้ว่าจ้าง
เธอยังตั้งคำถามถึงมาตรการห้ามรถบรรทุกวิ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ว่าหากมีกฎชัดเจนแต่ไม่มีการปฏิบัติตาม ก็ย่อมนำไปสู่ความสูญเสียซ้ำซาก พร้อมเสนอว่าควรมีการเยียวยาเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ให้ได้รับการดูแลจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยถึงศักยภาพของผู้เสียชีวิต โดยระบุว่าน้องสาวจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และน้องเขยจบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งหากทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่ อนาคตย่อมสดใสกว่านี้
ทั้งนี้ ครอบครัวผู้สูญเสียเตรียมเดินหน้าดำเนินคดีเรียกร้องความรับผิดชอบเพิ่มเติม คาดว่าจะเรียกค่าเยียวยาเป็นเงินรวม 22 ล้านบาท เพื่อความเป็นธรรมและไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในสังคมไทย