เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 มีรายงานว่า เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ครั้งที่ 78 ระหว่าง วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ ภายหลังตรวจสอบผลคำพิพากษาดังกล่าว พบว่ามีคดีน่าสนใจดังนี้
จากกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา เรื่อง กล่าวหา นายปรเมษฐ์ โมลี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กับพวก กำหนดหลักเกณฑ์ รับนักเรียนในปีการศึกษา 2559-2561 โดยไม่เป็นไปตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สมพ.) เขต 1 และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
กำหนด มีความผิดอาญา ตาม ปอ. มาตรา 147 มาตรา 149 มาตรา 157 มาตรา 162 (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และ พรป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 103 ประกอบมาตรา 122 และ มาตรา 123/1 และมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 22/2569 วันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้พิจารณาแล้วมีมติให้ขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุดอุทธรณ์คำพิพากษาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความผิด ป.อ. มาตรา 147 โดยฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีหมายเลขดำที่ อท 31/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 1792568 วันที่ 9 ตุลาคม 2568 นายปรเมษฐ์ โมลี (จำเลยที่ 1) นางกรรัตน์ โกษาคาร (จำเลยที่ 2) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ (จำเลยที่ 3)
เอาสาร ป.ป.ช. เผยคำพิพากษาศาลชั้นต้น ระบุว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามมาตรา 149 พรป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พรป. ป.ป.ช.พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบมาตรา 86 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 93 ความผิดตามมาตรา 149 พรป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พรป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 149 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ จำคุกกระทงละ 9 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 กำหนด 27 ปี
จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก จำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 18 ปี ข้อหาอื่นและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก