สาวท้อง 3 เดือน ตัดสินใจทำแท้ง ฟางเส้นสุดท้ายคือการถูกสามีด่าเพราะซื้อผลไม้แก้แพ้ท้อง 1,000 บาท
เรื่องราวสุดรันทดของหญิงสาวคนหนึ่งในมณฑลเหอหนาน กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเธอตัดสินใจจบความสัมพันธ์และยุติการตั้งครรภ์ หลังจากถูกสามีทำร้ายร่างกายและจิตใจเพียงเพราะเรื่อง “ซื้อผลไม้”
สื่อจีนรายงานว่า หญิงแซ่กู่ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน ประสบปัญหาแพ้ท้องอย่างรุนแรงจนทานอะไรไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจใช้ “เงินออมส่วนตัวก่อนแต่งงาน” ซื้อผลไม้จำพวกสตรอว์เบอร์รี สับปะรด และขนมเล็กน้อย รวมเป็นเงินประมาณ 200 หยวน (ประมาณ 1,000 บาท) เพื่อช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น
ทว่าเมื่อสามีกลับมาเห็น แทนที่จะเป็นห่วงสุขภาพภรรยา เขากลับโกรธจัดและด่าทอเธอว่า “ใช้เงินฟุ่มเฟือย” โดยอ้างเหตุผลว่าครอบครัวมีภาระต้องผ่อนทั้งบ้านและรถ เขาบีบบังคับให้เธอซื้อแต่ผลไม้ราคาถูก พร้อมตรรกะสุดโต่งด้วยการคำนวณว่า “ถ้าซื้อแบบนี้ เดือนหนึ่งไม่ต้องจ่ายค่าผลไม้ถึง 6,000 หยวน (ราว 30,000 บาท) เลยหรือไง”
นอกจากคำพูดทำร้ายจิตใจแล้ว สามียังได้ลงมือผลักกระแทกภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ และเลือกใช้การนิ่งเงียบไม่ยอมขอโทษแม้แต่น้อย

การตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์:
หลังจากไตร่ตรองอย่างหนักหลายวัน คุณกู่มองว่าในสภาพแวดล้อมที่ขาดความรักและการเคารพเช่นนี้ หากเด็กเกิดมาคงต้องทนทุกข์ไม่ต่างกัน เธอจึงตัดสินใจไปโรงพยาบาลเพื่อ “ยุติการตั้งครรภ์” ในสัปดาห์ที่ 12 โดยมีครอบครัวของเธอเป็นคนพาไป เมื่อสามีทราบเรื่องเขาก็เกิดอาการคุ้มคลั่งและทำลายข้าวของในบ้านจนพังยับเยิน
คุณกู่เปิดเผยว่า “เรื่องผลไม้” เป็นเพียงฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทุกอย่างขาดสะบั้น ความจริงแล้วสามีมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหามานาน ทั้งการสูบบุหรี่ในบ้านแม้รู้ว่าเธอแพ้ท้องหนัก เคยมีประวัติแอบนอกใจทางแชท รวมถึงการใช้ความรุนแรงทางอารมณ์และควบคุมเรื่องการเงินมาโดยตลอด
เธอยังตัดพ้อว่า สามีใช้เงินไปกับค่าเหล้า ค่าบุหรี่ และการสังสรรค์กับเพื่อนฝูงมากกว่าเงิน 200 หยวนนี้หลายเท่าตัว แต่กลับมาตำหนิความต้องการพื้นฐานของภรรยาที่กำลังอุ้มท้อง ซึ่งเป็นพฤติกรรม “สองมาตรฐาน” อย่างชัดเจน
การตอบรับจากสังคม:
คดีนี้กลายเป็นประเด็นอันดับ 1 ในเทรนด์เวยป๋อ (Weibo) ชาวเน็ตจีนจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความเห็นใจและสนับสนุนการตัดสินใจของคุณกู่ โดยมองว่านี่คือการหยุดความสูญเสียที่ถูกต้องก่อนที่ชีวิตจะพังไปมากกว่านี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาให้ความเห็นว่า กรณีนี้สะท้อนถึงวิกฤตของสตรีในชีวิตคู่ที่ถูกลดทอนคุณค่า ทั้งสิทธิในสุขภาพและการเงิน พร้อมย้ำว่าตามกฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวของจีน การด่าทอหรือข่มขู่เป็นประจำถือเป็นความรุนแรงในครอบครัวรูปแบบหนึ่งเช่นกัน